อากาศดีดี ความสุขเล็กๆ กลางทุ่งนา

อากาศดีดี ความสุขเล็กๆ ในบ้านของเรา

สวัสดีคะ วันนี้เรานำบรรยากาศดีๆ มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะคะ บรรยากาศที่เต็มไปด้วยเมฆสีฟ้า,ขาว ต้อนไม้สีเขียวๆ กลางสวน ไร่นา บ้านของเราเอง จ.กาฬสินธุ์ เรามีความสุขทุกครั้งที่ได้กลับบ้าน งานหลักของทางบ้านเราก็คือ การทำนา ทำไร่ ปลูกผลไม้ ชีวิตก็เหมือนกับความสวนทั่วๆ ไป ทุกๆ เช้าต้องรีบตื่นนอนมานึ่งข้าว เตรียมห่อข้าวไปกินในนา อาชีพแบบนี้ไม่มีวันหยุดเลย พวกเราเป็นเจ้านายตัวเอง ต้องมาดูแลพืช ผล ทุกๆวัน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี แต่เบื้องหลังนั้นใครจะรู้ว่า กว่าจะได้มาซึ่งความสำเร็จ ความสุขเล็กๆน้อยๆของชานา ต้องทนตากแดด ตามฝน ส่วนผลกำไรหรือเงินที่ได้มานั้นจะไปไหน ก็ต้องนำมาเป็นต้นทุนในการผลิตครั้งต่อไป หรือไม่ก็นำไปซื้อปุ๋ย ยาต่างๆ เพื่อนำมาบำรุงพืช ผล ต้องทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่ออนาคตลูกๆ ที่อยู่ในเมืองเค้าจะได้สบาย ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนชาวนาอย่างเราก็ไม่เคยท้อ เพราะพวกเรารู้ดีว่าทำไปเพื่อใคร และจะรอคอยแค่สิ่งๆ เดียวคือ ความสำเร็จของลูกๆ ของพวกเรา…

เห็นบรรยากาศดีๆ แบบนี้แล้ว เพื่อนๆ อยากลองไปอยู่มั้ย ลืมสิ่งที่อยู่รอบๆ กายแล้วมองออกไปในโลกกว้างๆ จะรู้ว่ามีสิ่งดีๆเหล่านี้เหลืออยู่ในสังคมไทย จะพบความรักที่ยิ่งใหญ่ ความรักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ เลย

โฆษณา

สถานที่ท่องเที่ยวในโคราช

ทักทายคะเพื่อนๆ ที่น่ารักทุกคน วันนี้ deknaruk จะพามีสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนครราชสีมา มาแนะนำให้เพื่อนๆ รู้จักกันนะคะ เผื่อว่าใครจะแวะมาเที่ยวที่จังหวัดนครราชสีมา ก็ไม่ควรจะพลาดสถานที่เหล่านี้นะคะ มาดูกันเลยว่ามีสถานที่ไหนบ้าง อิอิ
 1.ย่าโม
อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ตั้งอยู่ในทำเลกลางเมืองเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของโคราช อนุสาวรีย์หล่อด้วยทองแดงรมดำสูง 185 เซนติเมตร หนัก 325 กิโลกรัม ประดิษฐานอยู่บนไพทีสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองสูง 250 เซนติเมตร หันหน้าไปทาง ด้านทิศตะวันตก ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุงเทพมหานคร ภายในบรรจุอัฐิของท้าวสุรนารีอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีหรือย่าโมของชาวโคราช ถือเป็นอนุสาวรีย์ที่ สร้างขึ้นมาเพื่อระลึกถึงและยกย่องคุณงามความดีของวีรสตรีสามัญชนคนแรกของประเทศท้าวสุรนารี หรือย่าโมที่ชาวโคราช เรียกขานกันอย่างคุ้นเคยท่านเป็นวีรสตรีในประวัติศาสตร์ที่สร้างคุณประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมือง จึงเป็น บุคคลที่ชาวโคราช ภาคภูมิใจและเคารพบูชา ย่าโมกลายเป็นสัญลักษณ์ของชาวโคราชกระทั่งเรียกชื่อจังหวัดนี้ว่า “เมืองย่าโม”
ข้อมูลจาก : paiduaykan

2.วัดศาลาลอย
วัดศาลาลอย ตั้งอยู่ ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมือง โดยแยกจากถนนรอบเมืองไปประมาณ 500 เมตร วัดนี้ตั้งอยู่ติด กับลำตะคองซึ่งไหลพาดผ่านตอนเหนือของตัวเมืองไปลงสู่แม่น้ำมูล ท้าวสุรนารี กับท่านปลัดสามีสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2370 จุดเด่นของวัดอยู่ที่พระอุโบสถซึ่งได้รับรางวัลดีเด่นแนวบุกเบิกอาคารทางศาสนา จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และรางวัลจากมูลนิธิเสฐียรโกเศศและนาคะประทีป ในปี พ.ศ. 2516 เป็นอุโบสถที่สร้างแบบศ ิลปไทยประยุกต์ เป็นรูปสำเภา โต้คลื่น ใช้วัสดุพื้นเมืองคือกระเบื้องดินเผาด่านเกวียนนำมาประดับตกแต่ง เช่น ผนังด้านหน้าอุโบสถเป็นภาพพุทธประวัติตอน มารผจญ ผนังด้านหลังเป็นภาพตอนพระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากดาวดึงส์ ส่วนบานประตูเป็นโลหะลายนูน ภาพเล่าเรื่องเวชสันด รชาดก (13 กัณฑ์) ภายในมีพระประธานปูนปั้นสีขาว ปางห้ามสมุทร เป็นพระพุทธรูปยืนประทับ ณ ประตูเมืองสังกัสนคร สมเด็จพระสังฆราชได้ทรงถวายพระนามว่า “พระพุทธประพัฒน์สุนทรธรรมพิศาล ศาลาลอยพิมาลวรสันติสุขมุนินทร์” หน้าประตู อุโบสถมีปูนปั้นรูปท้าวสุรนารีนั่งพนมมือกลางสระน้ำ ตัวอุโบสถล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วรูปเสมา สัญลักษณ์ของเมืองเสมาเดิม ด้านข้างมีสถูปขนาดเล็กซึ่งเคยใช้เป็นที่บรรจุอัฐิท้าวสุรนารี
ข้อมูลจาก : paiduaykan

3.วัดบ้านไร่
วัดบ้านไร่เดิมเป็นสำนักสงฆ์ที่มีมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2436 ในช่วงรัชกาลที่ 5 โดยมีพระอาจารย์เชื่อม วิรโช เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกได้มีการก่อสร้างศาสนอาคารต่างๆ ขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เป็นเจ้าอาวาสได้มีการพัฒนาวัดมากที่สุด ด้วยมีผู้ศรัทธาจากทั่วประเทศได้ร่วมถวายวัตถุปัจจัยเป็นเงินมหาศาล หลวงพ่อคูณได้ก่อตั้งเป็นมูลนิธิหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เพื่อกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ เช่น การบูรณะวัด การสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น
ข้อมูลจาก : wikipedia

4.วัดหลวงพ่อโต
วัดโนนกุ่ม หรือวัดหลวงพ่อโต  ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ อำเภอสีคิ้ว ห่างจากตัวเมืองนครราชสีมาประมาณ 42 กิโลเมตร เป็นที่ ประดิษฐานรูปหล่อทองเหลืองรมดำ หลวงพ่อโต (สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยผู้ที่ก่อตั้ง วัดเนินกุ่ม ก็คือ คุณสรพงษ์ ชาตรี ดาราภาพยนตร์ชื่อดังในประเทศไทย โดยผู้ที่มาวัดนี้นอกจากจะได้สักการะ ขอพรจาก หลวงพ่อโต แล้ว ยังได้สัมผัสกับสิ่งก่อสร้างภายในวัดและสวนหย่อมที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม
ข้อมูลจาก : paiduaykan

5.ด่านเวียน
ด่านเกวียน เป็นหมู่บ้านหนึ่งของ ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย ห่างจากตัวเมืองนครราชสีมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 15 กิโลเมตร โดยมีทางหลวงหมายเลข 224 สายนครราชสีมาโชคชัยผ่านกลางหมู่บ้านซึ่งมีร้านค้าเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน เรียงรายอยู่สองฟากฝั่งและมีลำน้ำมูลทอดขนานอยู่ทางฝั่งทิศตะวันออกหมู่บ้าน ด่านเกวียนนั้นแต่เดิมพ่อค้าจากนางรอง – บรีรัมย์ – สุรินทร์ -ขุนหาญ – ขุขันธ์ เรื่อยไปจนถึงเขมรจะเดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวโคราชและมักจะพักกองคาราวานเกวียนกัน เป็นประจำจนได้ชื่อ หมู่บ้านว่า” บ้านด่านเกวียน ” และในขณะพัก พ่อค้าเหล่านั้นก็มักนำดินจากสองฟากฝั่งลำน้ำมูล มาทำภาชนะใช้สอยต่างๆ เช่น โอ่ง อ่าง ไหปลาร้า ฯลฯ โดยลอกเลียนแบบจากชนชาวข่าวซึ่งเป็นกลุ่มชนที่อาศัยในพื้นที่แต่เก่าก่อนหลังจากนั้นเมื่อนำภาชนะเหล่านั้นกลับภูมิลำเนาของตน และด้วยคุณภาพพิเศษ ของภาชนะทั้งในด้านสีสันความคงทนต่อการใช้งาน จึงทำให้ภาชนะด่านเกวียนเป็นที่นิยมชมชอบของผู้คนจนได้รับการเผยแพร่ มากขึ้นเป็นลำดับ จนกระทั่งได้รับความสนใจยิ่ง จนกลายเป็นสินค้าหนึ่งในการค้าขายกันในยุคอดีตจวบจนปัจจุบัน….ลักษณะเฉพาะของเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียนนั้นอยู่ที่ดินที่นำมาใช้ กล่าวคือดินด่านเกวียนเป็นดินเหนียวเนื้อละเอียดที่ขุดขึ้นมาจากริมฝั่งแม่น้ำมูล (ซึ่งห่างออกไปจากทางหลวง 224 ทางทิศตะวันออกประมาณ 2 – 3 กิโลเมตร)ในพื้นที่ที่ชาวบ้านเรียกว่า กุด หรือแม่น้ำด้วน(ลักษณะลำน้ำที่คดเคี้ยว กัดเซาะตะลิ่งจนขาดและเกิดลำน้ำด้วนขึ้น ส่วนที่เป็นแนวกัดเซาะจะกลายเป็นแหล่งทับทมดิน ดินดังกล่าวนี้เป็นดินซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ ง่ายต่อการขึ้นรูปทนทานต่อการเผา ไม่บิดเบี้ยวหรือแตกหักง่าย และที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือดินนี้เมื่อถูกเผาจะให้สีโดยธรรมชาติเป็นสีแดงซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากธาตุเหล็ก (Iron Oxide) หรือสนิมเหล็กที่มีอยู่จำนวนมากในเนื้อดิน)
ข้อมูลจาก : dankwian

และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย อย่าลืมมาเที่ยวโคราชกันเยอะๆ นะคะ